วันพุธ, มกราคม 21, 2552

ครูกับศิษย์

ครูกับศิษย์ ที่ออเดนกล่าวไว้ถึงการสอนเด็กนั้น แม้จะเป็นวาทะของฝรั่ง ซึ่งหยั่งไม่ถึงพุทธธรรม แต่ก็มีความหมายอย่างสำคัญ ดังคำของเขาแปลออกไปเป็นไทยได้ดังนี้คือ "สำหรับครูที่จะมีคุณค่าที่แท้สำหรับลูกศิษย์นั้น เขาต้องเป็นคนที่เติบโตเต็มที่ และเหนือไปจากนี้ก็ตรงที่เขาต้องเป็นคนมีความสุข ให้เยาวชนได้รับความรู้สึกว่า ชีวิตของผู้ใหญ่นั้นน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าชีวิตของเขายิ่งนัก ครูต้องพร้อมที่จะให้ อำนาจทั้งหมดในทางความรัก และความเข้าใจในทางจินตนาการแก่ศิษย์ เมื่อเขา ต้องการสิ่งนั้น พร้อมกันนั้นครูก็ควรลืมศิษย์เสียให้หมดเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาจากครูไป โดยไม่ติดยึดกับศิษย์ในทางส่วนตัว และท้ายที่สุด ครูต้องไม่วุ่นในเรื่องสั่งสอนศีลธรรม ไม่ตั้งระเบียบวินัยว่าเด็กดีต้องเป็นเช่นนั้นๆ ครูต้องไม่ตกใจในอะไรๆที่ก่อเกิดจากศิษย์ หากครูควรมีความอดทน ที่จะเข้าใจในสาระของพฤติกรรมแต่ละอย่างที่เกิดจาก ทัศนคติของศิษย์ โดยไม่ยึดทัศนคติของตนเป็นที่ตั้ง เพื่อจะได้เห็นว่าเจ้าวานร ตัวน้อยนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสังเกต และพยายามเฝ้ามองเพื่อขจัด อุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโตให้ศิษย์ หากต้องใช้อุบายอย่างแยบคายที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นการไปก้าวก่ายวิถีชีวิตของศิษย์" นี่ว่าถึงสถานะของครูกับผู้เยาว์ ส่วนครูกับศิษย์ที่มีอายุมากแล้วนั้นเล่า น่าจะวางตัวอย่างเป็นกัลยาณมิตรกัน หรืออย่างอุปัชฌาย์อาจารย์กับ ลัทธิทธิวิหาริกอันเตวาสิก ดังตอนขอบวช บรรพชาเปกขะกล่าวว่าอะไร เป็นภาระของพระเถระ นั่นย่อมเป็นภาระของข้าพเจ้า และอะไรเป็นภาระ ของข้าพเจ้า นั่นย่อมเป็นภาระของพระเถระ หรืออะไรในทำนองนี้ กล่าวคือ ครูกับศิษย์ต้องเตือนกันและกันได้ ให้ไม่ติดยึดในความเห็นแก่ตัว (จากความตอนหนึ่งของ...อาจารย์ สุลักษณ์ .ศิวรักษ์ ได้ให้เกียรติร่วมแสดงปาฐกถา ณ ที่ทำการแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เชียงใหม่ วันเสาร์ที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๕ เวลา ๐๙.๓๐ น...ดูทั้งหมดใน..บทความมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ลำดับที่ 201)
โดย ของฝาก..วันหยุด [22 ก.ย. 2545 , 15:36:07 น.]

ข้อความ 1
จะชอบหรือไม่ก็ตาม.. ครูกับศิษย์ในเวอร์ชั่นใหม่สุด คือ.. ครู..ในยุคสมัยของข่าวสารข้อมูลที่ล้นเหลือ (Information Gut) หลากหลาย มากมาย นี้ จะไม่ใช่ผู้มีอำนาจควบคุมข้อมูลเหมือน พ่อมดหรือหมอผี เช่นในอดีตอีกต่อไปแล้ว บทบาทหนึ่ง..ที่น่าจะเป็นคือ "คนจ่ายตลาด" ไปเลือกสรร คัดสรร แยกแยะข้อมูลที่มากหลาย ในตลาดข้อมูล ศูนย์การค้าข้อมูล หรือ WWW. เอามาจัดทำให้เป็นหมวดหมู่ กักตุนไว้พร้อมปรุงกัน ในร้านเช่น "สถาปัตยกรรม" เพื่อการบริการแบบ อาหารตามสั่งให้บรรดาศิษย์ที่นั่งคอยหิวในร้านนี้ ส่วนศิษย์จะเข้ามาร่วมปรุงกันเองเพื่อการลิ้มรส หรือจะรอนั่งกินอย่างเดียว ก็ขึ้นอยู่กับร้านนั้นว่า จะหวังเพิ่มอาชีพพ่อครัว หรือฝึกบ๋อยเดินอาหาร ? ความล้นเหลือในข้อมูลที่แพร่ขยายไปทั่วโลก มันสร้างความสับสนและซับซ้อนในความรู้ ที่จะใช้ในการแยกความดีออกจากความชั่ว แยกสถาปัตยกรรมที่ควร ออกจากสิ่งที่ไม่สมควร แต่ละประเด็นมันต่อสู้กันด้วยความเชื่อมโยง และสัมพันธ์ในแต่ละกลุ่ม มันกลายเป็นเรื่อง "ขบวนการ" มากกว่าผลที่ปรากฏเช่นแต่ก่อนๆ ปิดเรื่องการรับ-ส่งข้อมูลกันเมื่อไร ก็หมดสิ้นความรู้ หมดสิ้นการแสวงหา และก็หมดสิ้นชีวิตในที่สุด โลกของการศึกษาในอนาคต ทุกคนจึงต้อง เป็นนักเดินทาง นักท่องเว็บ ฯลฯ แบกถังไปด้วย เพื่อเก็บเพื่อกักข้อมูลที่ล่องลอยเต็มไปทั่วเหมือน อากาศที่เราต้องใช้หายใจกันอยู่ จับมันไว้ได้แล้ว ก็เอา มาคัด มาเลือก มาปรุง มาแต่งกันและกัน เป็นองค์ความรู้ เพื่อใช้เป็นแนวทางของการดำเนินชีวิตในแต่ละคนต่อไป แต่ถ้า..กลัวความเหงา..ศิษย์ก็ไปพบครู หรือครูก็ไปพบศิษย์ ไปเจอกันที่ "ร้าน" เช่น ร้านสถาปัตยกรรม ดังกล่าวแล้ว นั่งคุยกันฉันท์มิตร เล่นอวดของกันในถัง แลกเปลี่ยนให้กัน และกัน ก่อนที่ของเล่นเหล่านั้นจะ บูดเน่า แล้วก็กลายเป็น ขยะความรู้ไปในที่สุด โลกอนาคต..ครูกับศิษย์..มันคงจะเป็นเช่นนี้ละมัง?..ครับ
โดย เพื่อนอาจารย์ [25 ก.ย. 2545 , 11:15:17 น.]