วันพุธ, มกราคม 21, 2552

วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑...ชวนให้อ่านกัน

บางส่วนจาก..วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑..อุดมการณ์แห่งศตวรรษที่ ๒๑ (สู่ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนา)..โดย ประเวศ วะสี-๒๕๔๕
ศตวรรษใหม่ ชีวิตใหม่ โลกใหม่ (สถาปัตยกรรม..ใหม่) สหัสวรรษใหม่ ตามคติโลก นับเป็นนิมิตใหม่ ในช่วงเวลาเปลี่ยนใหญ่เช่นนี้ มนุษย์น่าจะคิดเรื่องใหญ่ๆ การคิดเรื่องใหญ่ได้ มนุษย์ต้องมี จินตนาการใหม่ ซึ่งเป็นจินตนาการใหญ่..ซึ่งจะพามนุษย์ไปได้ไกลที่สุด ไม่ใช่ ความรู้ เพราะความรู้มีข้อจำกัดในแต่ละยุคแต่ละสมัย เช่น สมัยโบราณสุโขทัย ใครจะเชื่อว่ามนุษย์บิน อยู่เหนือเมฆได้ พูดคุยกันข้ามบ้าน ข้ามเมือง ข้ามทวีปได้ เอาความรู้ทั้งหมดในยุคนั้นมารวมกัน ก็ทำไม่ได้เหมือน สิ่งที่เกิดขึ้นในยุคนี้ เพราะความรู้มีข้อจำกัด..บางสิ่ง ทำได้ แต่บางสิ่งทำไม่ได้ จินตนาการเป็นเครื่องมือของมนุษย์ในการขยายหรือเพิ่ม ความรู้ให้พ้นข้อจำกัด จินตนาการต้องมาก่อนความรู้ เพราะจินตนาการไม่มีข้อจำกัด ไปได้ไกลสุดเท่าใดก็ได้ จินตนาการจึงเป็นพลังดึงให้เกิดความรู้ที่จะทำสิ่งใดๆให้ได้

ดังเช่นคำกล่าวของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ว่า.. "Imagination is more important than knowledge" ดังนั้นมนุษย์ในสหัสวรรษใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ที่ดีขึ้น จำเป็นต้องมี จินตนาการใหม่ ..ต้องไม่เป็น จินตนาการเล็ก ..แต่ต้องเป็นจินตนาการใหญ่..ด้วย เพราะ

๑. โลกวิกฤต ..ธรรมชาติโดนกระทบกระเทือน อย่างแรง ป่าไม้โดนทำลายมาก อุตสาหกรรมต่างๆ สร้างมลภาวะให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษมาก โลกร้อนขึ้น ดินเป็นพิษ ต้นน้ำลำธารหมดไป น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้ระดับน้ำทะเลสูง น้ำจะท่วมอาณาบริเวณที่ต่ำ เมื่อ "พระแม่ธรรมชาติ" (Mother Nature) ป่วยหรือ กำลังตาย มนุษย์ในครรภ์ก็ต้องป่วยและตายด้วย เพราะ

๒. วิกฤตทางสังคม ...มีความแออัด เห็นแก่ตัว แย่งชิง ช่องว่างถ่างออกระหว่างคนจนกับคนรวย ระหว่างประเทศจนกับประเทศรวย ความเป็นชุมชน แตกสลายในแทบทุกระดับ อาชญากรรมและความ รุนแรงมีมากขึ้น มีปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ระบาด อย่างหยุดไม่ได้ ..โลกถูกเชื่อมโยงด้วยข้อมูล การค้า การเงินหมดทั่วโลก โลกซับซ้อน หมุนเร็วขึ้น เกิด สภาพโกลาหล (chaos) ได้ง่ายขึ้น เช่นเศรษฐกิจใน ประเทศหนึ่งจะพังครืนในชั่วพริบตาเดียว สังคม ขาดเสถียรภาพ เปลี่ยแปลงเร็ว ระบบประสาทมนุษย์ ทนรับไม่ไหว ทำให้มนุษย์วิกฤต (human crisis) เพราะ

๓. วิกฤตที่ตัวมนุษย์เอง ..คือความเครียด ทำให้เกิดการเสพยาแก้เครียด ยาลดความดันโลหิต ยารักษาแผลในกระเพาะ (ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ขายดีที่สุด) และสุดท้ายพึ่งยาเสพติด พวกกล่อมประสาททั้งหลาย มนุษย์ถูกเร่งในการดำเนินชีวิต เหมือนหนูวิ่งบนสายพาน หรือสุนัขหลุดไปบนทางด่วน แล้วหาทางลงไม่ได้ ก็ต้อง วิ่งจนขาดใจ มนุษย์จะทนไม่ได้ในภวะเดิมที่เป็นอยู่นี้ ภวะเก่าทำให้เราวิกฤตมากขึ้นๆ จะพ้นวิกฤตได้ ต้องเปลี่ยน ภวะหรือภพภูมิใหม่ คือเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ดังที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าว่า ..."We shall need a radically new manner of thinking if mankind is to suvive"

การก้าวพ้นภวะเก่าอันวิกฤต มนุษย์ต้องการ จินตนาการใหม่ อันเป็นจินตนาการใหญ่ จินตนาการใหม่จะทำให้มนุษย์เปลี่ยน จิตสำนึก เปลี่ยนพฤติกรรมและเปลี่ยนความสัมพันธ์กับ สิ่งแวดล้อมแบบใหม่ อันจักทำให้มนุษย์พ้นวิกฤตทั้งสามได้

จินตนาการใหม่ คือ มนุษย์ทั้งโลกพ้นทุกข์ร่วมกันได้ มนุษย์สามารถร่วมกันสร้างโลกที่ร่มเย็นเป็นสุขได้ กุญแจสำคัญคือ มนุษย์ทั้งโลกต้องมีจิตสำนึกของ ความเป็นทั้งหมดของโลก สันติภาพอยู่ที่การเห็นทั้งหมด ความเป็นโลกเดียวกัน การมองกลับมาที่โลก ยิ่งสูงยิ่งไกล ก็จะเห็นความเป็นทั้งหมดของโลก เกิดจิตสำนึกโลก เปลี่ยนจากจิตสำนึกที่ยึดมั่นในตัวตนได้ เป็นจิตสำนึกใหม่ เป็นจิตสำนึกใหญ่ เป็นจิตสำนึกโลก ... ซึ่งมีทางเลือกอันหลากหลาย ที่มนุษย์ทั้งหมดจะเกิดจิตสำนึกใหม่ แม้ทางเลือกต่างกัน แต่จิตสำนึกใหม่ก็จะพบกันของมนุษย์ทั้งโลก เป็นเส้นทางที่หลากหลาย เปิดกว้าง ไม่คับแคบ ไม่บีบคั้น จึงเป็น เส้นทางที่สามารถเดินไปด้วยความหฤหรรษ์และสนุกสนาน

โลกหรือธรรมชาติในความเป็นจริง สรรพสิ่งที่รวมกันเป็นธรรมชาติ หรือโลกเดียวนั้น มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกันและกันทั้งหมด เป็นลักษณะที่เรียกว่า อิทัปปัจจยตา หมายถึง ความจริงที่ว่า สรรพสิ่งรวมกันจึงเกิดขึ้น อาศัยกัน แล้วก็เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของมัน ทุกสิ่ง เป็นดังเช่นนี้เองเป็นนิรันดร การเข้าปัญญาเพื่อแก้วิกฤต ขจัดอุปสรรคทั้งหลาย คือ ..การรู้อย่างเชื่อมโยงไม่ติดขัด ..The Wholeness ...การคิดอย่างเป็นกลาง ..คิดแบบอิทัปปัจจยตา ทั้งสองประการนี้..มีปฏิสัมพันธ์กัน กล่าวคือ การรู้อะไรที่ เชื่อมโยงกัน ก็ช่วยการคิดอย่างเป็นกลาง ก็ทำให้รู้ทะลุ ทะลวงเชื่อมโยงโดยไม่ติดขัด เปรียบประดุจ นิวตรอน มีความเป็นกลางสามารถทะลุเครื่องกั้นทั้งปวงได้

อิทะ แปลว่า นี้ ปัจจยตา แปลว่า ความเป็นปัจจัย (หนุนเนื่อง)ให้เกิดนี้>> เป็นกระแสดัง ปฏิจจสมุปบาท ไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มี จุดสิ้นสุด กระแสปัจจัยการเป็นมาและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นธรรมชาตินิรันดร ..นี่คือความจริงตามธรรมชาติ เป็นกฏแห่งไตรลักษณ์ คือ ทุกขัง (สิ่งเกิด) อนิจจัง (เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง) อนัตตา (ไม่สิ้นสุด ไม่คงที่ได้ ควบคุมไม่ได้)


ความงามกับการพัฒนาทางจิตวิญญาณ

ในความจริงมีความงาม ถ้าเข้าถึงความจริงของสรรพสิ่ง ก็จะประสบความงาม การประสบความงามทำให้เกิด ความสุข ในธรรมชาติของสรรพสิ่งมีความงามอยู่ทั่วไป ความสุขที่ได้สัมผัสกับความงาม พัฒนาจิตใจให้สูงและ เจริญขึ้น ..ความงาม ๑๐ ประการที่ประสบได้ในวิถีชีวิต

๑. ความงามของธรรมชาติและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ

๒. ศิลปะ เป็นความงามที่มนุษย์สร้างขึ้นควร เพื่อการลดกิเลส

๓. ความงามในงาน งานที่ทำอย่างประนีต ให้เกิดประโยชน์สำเร็จ

๔. ความงามในความรู้ รู้จริงรู้ทั่วรู้การเชื่อมโยงด้วยกันทั้งหมด

๕. ความงามของจิตใจ พัฒนาให้เจริญในพรมวิหารธรรม

๖. ความงามในวาจา ด้วยปิยวาจา ความจริง วจีสุจริต

๗. ความงามในการกระทำ ไม่เบียดเบียน มีศิลเป็นความงาม

๘. ความงามในความเป็นชุมชน การรวมตัวเอื้ออาทรกันตามโอกาส

๙. ความงามในสัญลักษณ์ทางศาสนา ส่งเสริมให้คุณค่าคำสอน

๑๐. ความงามในสติ(ศีล) สมาธิ และปัญญา เพื่อพัฒนาสู่สังคมแห่งความรู้ .....ฯลฯ


ต้องการอ่านทั้งหมด หาซื้ออ่านได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ นะครับ
โดย เพื่อนอาจารย์ [26 ก.ย. 2545 , 12:02:40 น.]

2 ความคิดเห็น:

Parany กล่าวว่า...

รบกวนอาจารย์แนะนำหนังสือที่เกี่ยวกับการสอน
โดยการจินตนาการให้หน่อยได้ไม๊ค่ะ
หนูเรียน ป.โท ที่คณะครุศาสตร์ สนใจเกี่ยวกับการสอนโดยการสร้างภาพหนะค่ะ ยังหาหนังสือที่ดูเป็นวิชาการๆ เอามาอ้างอิงไม่ค่อยได้เลยค่ะ

พอดีเปิดเข้ามาเจอเรื่องบทความของอาจารย์จากในเว็บ pioneer ของจุฬาฯเลยตามๆลิงค์มาหนะค่ะ

Parany กล่าวว่า...

อาจารย์ค่ะ รบกวนอาจารย์แนะนำหนังสือเกี่ยวกับการสอนโดยการจินตนาการ หรือคิดเป็นภาพได้ไม๊ค่ะ
พอดีหนูเรียนป.โท ที่คณะครุศาสตร์ค่ะ สนใจเรื่องการสอนโดยการคิดเป็นภาพ แล้วเปิดมาเจอบทความของอาจารย์ในเว็บ pioneer ของจุฬาฯ หนูเลยตามๆลิงค์มา หนูยังหาหนังสือ เอกสารที่เป็นวิชาการมากๆมาอ้างอิงไม่ได้เลยค่ะ อยากทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่อนนี้หนะค่ะ